ดูหนังออนไลน์ในแอพยังไง ให้ฟิน เหมือนดูในโรง!

ในปัจจุบันนี้มี App ดู ดูหนังออนไลน์ มากมายที่ให้บริการกันอย่างหลากหลาย อีกทั้งยังมีผู้บริการที่ถ่ายทอดการดูหนังให้เราดูที่มีเนื้อหาความบันเทิงที่หลากหลาย เช่น รายการทีวี สารคดีหนังหรือการ์ตูน และก็ยังมีอีกมากมาย ในสมัยนี้แน่นอนเลยค่ะว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงความบันเทิงได้ง่ายมากกว่าแต่ก่อน ก็จะสามารถรับชมความบันเทิงเหล่านี้ได้ทั้งใน โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้ทุกๆคนได้สนุกกับเนื้อหาที่ได้ดูอย่างไร้ขีดจำกัด
แต่ก็อย่างว่ามันเป็นการดูหนังที่บ้านไม่ใช่โรงภาพยนตร์ แต่เพื่อนๆหลายๆคนก็คงอยากจะสนุกกับการดูหนังให้มากขึ้นแม้จะดูที่บ้าน วันนี้จึงมีวิธีดีๆมาฝากที่จะทำให้ทุกคนได้สนุกกับการดูหนังที่บ้านผ่านแอปด้วยละคะ
ดูยังไงให้ฟินเหมือนดูในโรงภาพยนตร์
1. ลำโพงดังๆ
แน่นอนว่าเมื่อจะดูหนังก็จะต้องเปิดดังๆให้ได้อรรถรสมากขึ้น ยิ่งเปิดลำโพงดังแบบให้ได้ยินไม่ต้องดังจนข้างบ้านขว้างรองเท้ามานะคะ ลองลงทุนซื้อลำโพงดีๆสักอันนึงหรือจะซื้อแบบเล็กๆไปก่อนก็ได้ มันจะทำให้เข้าถึงทุกอารมณ์ของตัวละครและรู้สึกอินไปกับหนังมากขึ้น ไม่อยากรบกวนคนอื่นก็ลองซื้อหูฟังมาใส่ดีกว่า เพราะหูฟังนอกจากจะเก็บรายละเอียดเสียงได้อย่างชัดเจนแล้ว ก็ยังไม่ก่อความน่ารำคาญและรบกวนผู้อื่นอีกด้วย
2. จอใหญ่ๆ
ถ้าหากรู้สึกว่าดูหนังผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ไม่สะใจ! แนะนำเลยว่าให้ลงทุนซื้อจอทีวีใหญ่ๆมาสักเครื่องเพื่อที่เอาไว้ดูหนัง การดูในทีวีจะได้ภาพที่จุกใจเต็มตาและเห็นได้ทุกรายละเอียด แนะนำว่าให้ซื้อลำโพงดีๆมาสักตัวคู่กับจอทีวีไปเลย รับรองได้ว่าจะฟินยิ่งกว่าอะไรและรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในหนังเลยละ แล้วยิ่งเป็นหนังสยองขวัญด้วยนะเพิ่มความน่ากลัวขึ้นไปอีก
3. ดูยังไงไม่ให้เมื่อย
สำหรับคนที่ดูผ่านมือถือแท็บเล็ต เชื่อเลยว่าจะต้องประสบปัญหากับการปวดเมื่อยฝ่ามือหรือข้อมือแน่นอน เวลาที่ดูหนังในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตเป็นเวลานานๆ จริงๆมันอันตรายมากเลยค่ะถ้าหากถือดูอยู่ เพราะฉะนั้นวิธีแก้เลยก็คือลองหาแท่นวางมือถือแท็บเล็ตมาวางแทนการถือดีกว่า แต่อย่าลืมว่าที่วางนั้นจะต้องสามารถตั้งสูงในระดับสายตาเราได้ด้วย เพื่อป้องกันการปวดคอนั่นเอง
ทั้ง 3 วิธีนี้ก็คือเป็นวิธีการดูหนังออนไลน์ในแอพยังไงให้ฟินเหมือนดูในโรงนั่นเอง วิธีที่ได้แนะนำไปนี้ก็หวังว่าจะถูกอกถูกใจทุกคนกันนะคะ แล้วอย่าลืมนำไปใช้กันด้วยล่ะเพื่อที่จะได้ดูหนังสนุกมากขึ้น

5 หนังอนิเมชั่นที่ต้องดู ที่วัยไหนก็ดูได้

หนังออนไลน์ 2020 อนิเมชั่นที่เป็นการ์ตูนเคลื่อนไหว…เป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบดูเป็นอย่างมาก สามารถดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทุกช่วงวัย หนังอนิเมชั่นนั้นนอกจากจะมีความสนุกความอบอุ่นปนเศร้าแล้วก็ยังแฝงไปด้วยสาระสำคัญ วันนี้เราจะมาแนะนำ5 เรื่องที่ต้องดูบอกเลยว่าวัยไหนก็ดูได้
1. My Neighbour Totoro
อนิเมะเรื่องนี้ทำให้ตัวละคร “โทโทโระ” กลายเป็นสัญลักษณ์ของสตูดิโอจิบลิ ที่เป็นไข้การ์ตูนชื่อดังทำออกมากี่เรื่องก็กวาดได้ทุกเรื่อง เรื่องราวนั้นได้เริ่มต้นขึ้นที่เด็กผู้หญิง 2 คนที่ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ในแถบชนบทกับพ่อ นั่นก็เพื่อที่จะให้อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลที่แม่ของพวกเธอนอนรักษาตัวอยู่ เด็กทั้งสองคนนั้นก็ได้ค้นพบว่าในป่ามีโทโทโระที่เป็นสัตว์วิเศษ ที่เป็น ผู้พิทักษ์ป่า เด็กทั้งสองก็ได้เป็นเพื่อนกับโทโมะ แล้วเรื่องราวมหัศจรรย์มากมายก็เกิดขึ้น
2. Toy Story 1-4
เด็กทุกคนย่อมจะมีของเล่นชิ้นโปรดเป็นของตัวเอง แต่เมื่อโตขึ้นก็มักจะหลงลืมทิ้งขว้างกับของเล่นพวกนั้น อนิเมะเรื่องนี้จะชวนให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้าของเล่นนั้นมีชีวิตขึ้นมาจะเป็นยังไง ถ้าเล่นแรงเขาจะเจ็บไหมหรือคุณลืมพวกเขาไปแล้วหรือยัง เป็นหนังอนิเมะที่ดีมากๆไม่ว่าจะเป็นภาพเนื้อเรื่องที่ทำมาได้ประทับใจ ใครที่ดูเรื่องนี้ในตอนเด็กก็ลองหามาดูในตอนโตดูนะ
3. Princess Mononoke
เป็นอนิเมะแฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์ เนื้อเรื่องกล่าวถึงอะชิตะซึ่งเป็นคนภายนอกเขาได้มาเกี่ยวข้องกับพลังเหนือธรรมชาติที่ดูแลป่าและผู้คนโลหะนคร หนังเรื่องนี้ไม่ได้แบ่งให้เห็นว่าฝ่ายดีฝ่ายชั่วแบบชัดเจน แต่ทำให้เห็นถึงความเป็นจริงของโลกที่ไม่มีชัยชนะของใคร แต่ได้บอกว่าความสัมพันธ์มนุษย์ธรรมชาติเป็นอะไรที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน
4. Wall-E
เรื่องนี้เล่าถึงโลกที่ไม่มีมนุษย์แล้ว…แต่เต็มไปด้วยขยะโดยที่มีหุ่นยนต์เก็บขยะที่ชื่อว่า Wall-E ปฏิบัติหน้าที่อยู่ จนกระทั่งได้พบกับ Eve ที่มายังโลกเพื่อทำการค้นหาต้นไม้ ซึ่งทั้งคู่ก็ได้ตกหลุมรักกัน เรื่องนั้นจะบอกว่าให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของบ้านเกิดเมืองนอน ควรจะสู้ควรจะปกป้องบ้านเกิดไม่ใช่ว่าทิ้งขว้างกันไป เป็นอนิเมะที่ปลุกจิตสำนึกออกมาได้ดีมากๆ
5. Up
หนังได้เล่าเรื่องถึงชายแก่ที่ภรรยาเป็นที่รักได้ทิ้งความฝันเอาไว้….ว่าต้องการจะมีบ้านอยู่ที่น้ำตกสวรรค์ คุณปู่ก็ได้เดินทางเพื่อทำความฝันของภรรยาให้เป็นจริง เป็นอนิเมะที่เต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายทั้ง สนุกสนาน ซาบซึ้ง สะเทือนใจ เมื่อคุณดูแล้วจะรู้สึกรักคนที่อยู่ข้างกายกันมากขึ้น

สิ่งดีๆที่ได้จากการ “ดูหนังออนไลน์” ที่คุณอาจอยากรู้

การดู ดูหนังออนไลน์ นั้น นอกจากจะทำให้ได้รับความสนุกเพลิดเพลินแล้วก็ยังมีประโยชน์มากกว่าที่คิดนะคะ แน่นอนว่าคุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าหนังพวกนี้เนี่ยมันทำให้เราได้ประโยชน์อะไรจากมันด้วยหรอ หนังพวกนี้มันสร้างมาจาก จินตนาการ จากประสบการณ์ หรือเป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้น การที่คนลงมาทำอย่างนี้ก็เพื่อเอาประสบการณ์เหล่านั้นมาถ่ายทอดให้เราได้เห็นได้ดูอย่างชัดเจนและรับรู้เรื่องราวเหล่านั้น แล้วเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าการดูหนังนั้นมีประโยชน์ในเรื่องอะไรบ้าง
สิ่งดีๆที่ได้จากการดูหนัง
1. เป็นกิจกรรมยามว่างที่ดี
แน่นอนว่าใครๆก็ชอบดูหนังเมื่อมีเวลาว่าง เพราะแบบนี้การดูหนังถือเป็นกิจกรรมที่นิยมมากๆ อีกทั้งเหมาะกับคนที่มีคู่รักหรือเป็นการไปดูหนังสงสารพบปะกับเพื่อนฝูงได้เป็นอย่างดี เพราะการไปดูหนังนั้นจะช่วยสร้างความสัมพันธ์และช่วงเวลาดีๆให้กับคนที่คุณอยู่ร่วมด้วย
2. ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ
หนังถือเป็นการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งที่ในห้องเรียนไม่มีสอน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาษาวัฒนธรรมการได้เห็นสถานที่ใหม่ๆที่ไม่เคยได้ไป และได้ประสบการณ์ใหม่ๆผ่านการดูหนังมากมาย หนังในบางเรื่องนั้นก็สร้างจากเรื่องจริงประสบการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้นมา อีกทั้งประวัติศาสตร์ต่างๆก็ได้ถูกสร้างขึ้นมาเป็นหนังจึงทำให้เราเรียนรู้ได้ผ่านหนังอีกด้วย
3. ได้แรงบันดาลใจดีๆ
แน่นอนว่า!จะต้องมีหนังที่สร้างขึ้นมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมด้วย เนื้อหาหนังพวกนี้จะสอดแทรกสาระสำคัญและแนวคิดดีๆ เพื่อให้ผู้ชมไปคิดและตระหนักว่ามันเป็นยังไง บางคนก็ได้รับแรงบันดาลใจจากการดูหนังเพราะอยากเป็นผู้กำกับหรือชอบอะไรสักอย่างในหนัง
4. ได้ความสนุกสนาน
แน่นอนว่าการสร้างหนังขึ้นมานั้นก็เพื่อให้ผู้คนได้ผ่อนคลายได้รับความบันเทิง และลดความตึงเครียดในการทำงานหรือการทะเลาะกับใครมาก็ตาม เพราะแบบนี้ใครๆก็ชอบดูหนังเพราะมันช่วยเรื่องการผ่อนคลายความเครียด อารมณ์ไม่ค่อยดีคิดอะไรไม่ออกก็ลองดูหนังตลกๆดูสิ
5. เป็นกิจกรรมฆ่าเวลาที่สนุกที่สุด
การดูหนังเป็นกิจกรรมฆ่าเวลาที่ช่วยให้สามารถสนุกสนานได้ มันเหมือนกับหลุดไปโลกอีกใบที่เราไม่ได้รู้จักมาก่อน ในเวลาเดียวกันต้องบอกว่าการดูหนังนั้นไม่ใช่เรื่องสาระเลยถ้าหากจัดสรรเวลาเป็นอย่างดีแล้ว เพราะอย่างนั้นขอบอกไว้เลยละกันว่าอย่าแอบไปดูหนังล่ะเดี๋ยวจะโดนดุเอา!
การดูหนังไม่ได้มีโทษอะไรเลยถ้าหากรู้จักการจัดเวลาให้เหมาะสม มันเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับว่าการดูหนังทำให้เรียนรู้อะไรใหม่ๆได้เยอะอีกทั้งยังเป็นการเปิดโลกใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆแบบไม่รู้จบอีกด้วย เพราะแบบนี้ยังไงละคะใครๆก็จึงรักหนังเป็นที่สุด มันจึงกลายเป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบของใครหลายๆคน

5 หนังรักแสนโรแมนติก ที่จะทำให้คุณใจละลาย เมื่อได้ดู!

ผู้หญิงหลายคนจะชื่นชอบ หนังออนไลน์ 2020 รักโรแมนติกกันเป็นชีวิตจิตใจ ส่วนมากเลยนะคะ ก็เวลาได้ดูหนังออนไลน์ที่เป็นแนวรักโรแมนติกนั้น ก็ได้รู้สึกถึงความอบอุ่นของพระเอกที่มีต่อนางเอก แล้วก็แอบคิดว่าอยากเป็นแบบนั้นบ้างจัง! แล้วถ้าหากตอนนี้คุณกำลังมองหาหนังโรแมนติกอยู่ละก็… เราเลยจะพามาให้เพื่อนๆได้รู้จักกับ 6 หนังแนวรักโรแมนติกที่ทำให้คุณใจละลาย ถ้าอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรบ้างตามมาดูหน่อยจ้า
1. Notting Hill : รักบานฉ่ำ ที่น็อตติ้งฮิลล์
ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ที่หลายคนยกให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจ เชื่อว่าหลายคนน่าจะหลงรักเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เล่าถึงความรักระหว่างสุภาพบุรุษเมืองผู้ดีกับนักแสดงสาวซุปเปอร์สตาร์สาวจากเมืองฮอลริวู๊ด เป็นเรื่องที่ทำให้มีความสุขทุกครั้งที่ได้เปิดดู
2. Titanic(1997) : ไททานิค
คิดว่าใครๆน่าจะเคยดูเรื่องนี้มาก่อน สาวกแนวหนังรักโรแมนติกไม่ควรพลาดเป็นอย่างมาก หนังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวของเรือยักษ์ไททานิคที่ได้ฉายาว่าไม่มีวันจม แต่แล้ววันหนึ่งกับจมตั้งแต่ครั้งแรกที่ออกจากท่า ถึงแม้ว่าเรื่องจะเป็นแนวรักโรแมนติกแต่ก็มีการปนแอ็คชั่นและแนวชีวิตเข้าไปด้วย เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เรียกว่าเป็นตำนาน! แล้วคนไทยก็มีการตั้งฉายาของเรื่องนี้ไว้ว่าชู้รักเรือล่มอีกด้วย จะบอกให้ว่าเป็นหนังที่คุณค่าและน่าดูมากจริงๆเลยค่ะ
3. Silver Linings Playbook : ลุกขึ้นใหม่ หัวใจมีเธอ
เป็นเรื่องที่คุณไม่ควรพลาดเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหนังที่สนุกตลกบอกเลยว่าถ้าไม่ได้ดูนั้นจะเสียใจไปตลอดกาล ยิ่งคนที่กำลังสิ้นหวังกับชีวิตยิ่งต้องดูเรื่องนี้เพราะหนังให้กำลังใจสำหรับคนที่มีแผลและหมดสิ้นทุกอย่าง เนื้อเรื่องนั้นตัวหนังจะใช้กีฬาเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ของครอบครัวแต่ก็ยังมีความเป็นตลกที่ลงตัวเอามากๆ เรียกได้ว่าเป็นหนังสุดยอดโรแมนติกสุดฮาเลยทีเดียว
4. Love Actually : ทุกหัวใจมีรัก
เป็นหนังที่นำเสนอมุมมองความรักได้ดีมากๆอีกเรื่องนึง ที่มีครบทุกรสไม่ว่าจะเป็นสุขเศร้าแต่ทุกอย่างเป็นนิยามคำว่ารักที่ลงตัว ภาพยนตร์แห่งนี้เป็นภาพยนตร์ตลกสุดโรแมนติกเรื่องนึงที่มีดาราชั้นนำมากมาย ในเรื่องนั้นได้แสดงให้ถึงความสุขทุกข์การมีความรักของคนมากมายในช่วงเวลาก่อนวันคริสต์มาส เป็นความหลากหลายที่สุดท้ายแล้วก็กลับทำให้รู้สึกดี
5. The Fault in Our Stars : ดาวบันดาล
เป็นหนังรักธรรมดาเรื่องหนึ่งที่ดูแล้วไม่ได้มีอะไรพิเศษหรือแย่กว่าเรื่องอื่นเลย แต่เพราะด้วยที่นักแสดงได้ถ่ายทอดบทบาทมาได้อย่างดีมากๆ ก็เลยทำให้ในจุดนี้มันพิเศษขึ้นมาแบบน่าเหลือเชื่อมากเลยค่ะ เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกได้กำลังใจและรู้สึกดีที่ตัวเองสุขภาพดีแข็งแรงและได้อยู่กับคนรักนานๆ เป็นหนังที่ทำให้รู้สึกว่าอยากกลับไปดูอีกรอบ

6 หนังดีแห่งยุค 90! ดูกี่ครั้งก็ยังประทับใจ

ความอมตะของ หนังออนไลน์ 2020 ดีๆนี้เลยก็ คือ ความประทับใจ สนุก ที่ไม่ว่าจะหยิบมาดูกี่ครั้ง..หรือผ่านไปกี่ปียังดีเหมือนเดิม! นี่ละคะคือความอมตะของหนังดี วันนี้เลยอยากจะพาทุกคนมาย้อนรอยหนังออนไลน์หนังยุค 90 ว่ามีเรื่องไหนบ้างที่น่าประทับใจและน่าหยิบมาดูเสมอ…
(1) Forrest Gump (1994)
เป็นภาพยนตร์ที่ดีเยี่ยมเรื่องนี้มักจะถูกหยิบมาพูดถึงอยู่บ่อยๆไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน เป็นอีกเรื่องนึงที่เป็นตำนานภาพยนตร์ทรงคุณค่าของโลก หนังนั้นเป็นแนวสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนดูที่มีแง่มุมให้คิดหลากหลายด้านในการใช้ชีวิต ตัวหนังนั้นได้ 13 รางวัลออสการ์ และกวาดรายได้ถล่มทลายถึง 677.9 ล้านเหรียญอีกด้วย บอกเลยว่าเป็นอีกเรื่องนึงที่คุณไม่ควรจะพลาด
(2) Philadelphia (1992)
เป็นภาพยนตร์สุดดราม่าที่เข้มข้นโดยผู้กำกับโจนาธาน เด็มมี่ เป็นหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของเจฟฟรีย์ โบเวอรส์ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับทนายที่ถูกไล่ออกเพราะติดเชื้อ hiv จนมีคดีฟ้องร้องอันโด่งดังและฉาวตามมา นอกจากเนื้อเรื่องจะดีแล้วนักแสดงอย่างทอม แฮงค์ ในบทเกย์เป็นก็แสดงที่น่าทึ่งมากเลยทีเดียว
(3) Father of the Bride (1991)
เป็นภาพยนตร์เบาสมองที่รีเมคมาจากภาพยนตร์สุดคลาสสิคของผู้กำกับ วินเซนต์ มิเนลลี่ ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้นักวิจารณ์ต่างยกให้เป็นหนังที่ฟิวกู๊ด ที่ได้สร้างทั้งรอยยิ้มและน้ำตาได้อย่างลงตัวและอบอุ่นหัวใจ ประเด็นของเรื่องนี้จะเกี่ยวกับมุมมองความเป็นพ่อและแม่ที่มีต่อลูก เป็นหนังที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัย…เป็นหนังครอบครัวอีกเรื่องหนึ่งที่น่าดู
(4) Cape Fear (1991)
เป็นหนังที่ได้ดัดแปลงจากนิยายของ จอห์น ดี. แม็คโดนัลด์ และหนังคลาสสิคปี 1962 เรื่องได้พูดถึงปัญหาครอบครัวที่ใกล้จะล่มเต็มที มีความร้ายกาจเจ้าเล่ห์เพทุบายที่อยู่ในจิตสำนึกของมนุษย์ทุกคน เป็นภาพยนตร์ที่คมคายและจิกกัดได้เจ็บแสบมากๆ แต่ก็ยังสามารถให้แนวคิดและกระตุ้นจิตสำนึกให้คนดูได้เป็นอย่างดี
(5) Postcards from the Edge (1990)
นี่คือภาพยนตร์ตลกร้ายสุดคลาสสิก ที่ดัดแปลงจากนิยายของฟิชเชอร์ เป็นการหยิบช่วงหนึ่งของชีวิตเธอขึ้นมาเขียน ซึ่งหนังก็ได้เสียงตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์และผู้ชมในยุคนั้น บรรยากาศของหนังจะทำให้รู้สึก เศร้า ซึ้ง ตลก แสบ เป็นเรื่องที่ครบรสเป็นอย่างมาก สามารถดูได้เพลินๆ
(6) Clueless (1995)
เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Emma หลังจากออกฉายก็ทำเงินไปได้ทั้งหมด 56.6 ล้านเหรียญจากการสร้างแค่ 12 ล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ด้วยเสียงตอบรับที่ดีนักวิจารณ์ได้บอกว่าเป็นเรื่องที่สดใหม่ไม่เหมือนใคร หนังเรื่องนี้ได้กลายเป็นกระแสอยู่พักนึงเพราะเรื่องแฟชั่นและสไตล์การแต่งตัวของนางเอก ที่สร้างอิทธิพลต่อคนดูเป็นอย่างมากในยุคนั้น

4 หนัง LGBT สุดฟิน!เพราะความรักนั้น…ไม่มีขอบเขต

วันนี้จะพามาแนะนำ ดูหนังออนไลน์ แนว LGBT บอกเลยว่าสนุกมากๆ หลายคนอาจจะงงอยู่ใช่ไหมคะ คำว่า LGBT คืออะไร? ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เป็นความรักที่ไม่จำกัดขอบเขตว่าต้องเป็นเพศไหน ในคำย่อ LGBT นั้นเป็นการนำเอาตัวย่อของ 4 คำมาไว้ด้วยกัน
– L มาจาก Lesbian /ผู้หญิงที่ชื่นชอบผู้หญิงด้วยกัน
– J มาจาก Gay /ผู้ชายที่ชื่นชอบผู้ชาย
– B มาจาก bisexual /คนที่มีความชื่นชอบได้ทั้งสองเพศ
– T มาจาก Transgender /กลุ่มคนรักข้ามเพศ
วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังแนว LGBT ที่ดีมาก แล้วจะรู้เลยว่าความรักนั้นมีหลายรูปแบบ จะมีเรื่องไหนบ้างตามมาดูกันเลยค่ะ
1. Happy Together (1997)
เป็นภาพยนตร์ที่การันตีคุณภาพด้วยรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปี 1997 เรื่องนั้นได้ตีแผ่ชีวิตคู่ของคนสีม่วงที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันเจ็บปวด มีความรัก ความเจ็บปวด ความเหงา ความอ้างว้าง และโดดเดี่ยวอยู่ในเรื่องนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เกือบทั้งหมดจากถูกถ่ายทำที่ประเทศอาร์เจนตินา เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะพลาดไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
2. Call me by your name (2017)
จากนิยายสู่ภาพยนตร์ที่ได้กระแสตอบรับที่ดีมากๆ ก่อนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ถึง 4 สาขาด้วยกัน เนื้อเรื่องได้นำเสนอรูปแบบความรักที่ยังเน้นความสวยงามของโลเคชั่น แฟชั่น เครื่องแต่งกาย และศิลปะที่สวยงาม เลยกลายเป็นหนังรักที่ภาพสวยอีกเรื่อง ที่ก่อให้เกิดกระแสตามรอยภาพยนตร์จากแฟนๆทั่วโลกอีกด้วย
ในเรื่องราวนั้นจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของประเทศอิตาลี มีนักศึกษาชาวอเมริกันวัย 24 ได้เดินทางมายังอิตาลีเพื่อศึกษาดูงานให้กับพ่อ ได้เจอกับเด็กหนุ่มอายุ 17 ปีและก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่กลายเป็นรักครั้งแรกไม่สมหวัง ความรักของพวกเขานั้นจะเป็นยังไงจะต้องไปดู
3. มะลิลา / The Farewell Flowers (2017)
ภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติกดราม่าที่ได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานที่ประเทศเกาหลีใต้ เนื้อเรื่องนั้นได้บอกถึงความอาลัยแก่คนรักที่จากไป น้อยเจ้าของสวนมะลิที่มีอดีตแสนเจ็บปวด เป็นการนำคนสองคนที่เป็นบุรุษมาเจอกัน หนังสอนให้รู้จักคำว่าปลงปล่อยวาง โดยใช้บายศรีเป็นการบอกเล่าเนื้อเรื่องอีกด้วย
4. Love Simon (2018)
เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มม.ปลายวัย 17 ปีที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ภายนอกก็ดูเป็นเด็กที่มีชีวิตที่ Project คนหนึ่ง แต่ความเป็นจริงแล้วเขาก็รู้ว่าตัวเองนั้นเป็นเกย์และกำลังประสบปัญหาในเรื่องของการเปิดเผยตัวเอง เขาก็เลยได้สร้างอีเมล์เพื่อจะใช้เป็นนามแฝงและประกาศตัวเองในนั้นว่าเป็นเกย์ เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเอง หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักสุดสำเร็จที่มีความพิเศษอยู่ที่การเล่าเรื่อง และบริบทของสังคมครอบครัวและการยอมรับตัวเองและผู้อื่น

ทำไมคนนิยมการดู “หนังออนไลน์” มากขึ้น?

การ หนังออนไลน์ เป็นความบันเทิงอีกรูปแบบหนึ่งที่สมัยนี้นิยมกันมากขึ้น เพราะการดูหนังในรูปแบบออนไลน์นี้เป็นการสร้างความสนุกสนานให้กับตัวผู้ชม อีกทั้งยังสร้างความสะดวกสบายทุกคนอีกด้วย ต้องบอกเลยว่าเพียงแค่มีมือถือหรือมีแค่เครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็สามารถที่จะดูหนังได้แล้ว ในยุคนี้ต้องบอกว่าการดูหนังนั้นพัฒนาไปไกลมากสามารถดูได้ทุกที่ไม่ต้องไปซื้อแผ่นไม่ต้องไปโหลดหนังเถื่อนเหมือนแต่ก่อน เพียงแค่กดหาหนังที่อยากจะดูก็สามารถดูได้แบบไม่ง้อลงน่ะไม่ง้ออะไรเลย
แต่ถึงการดูหนังในสมัยนี้ง่ายขึ้นทำให้คนไปดูในโรงน้อยลงนั้น จริงๆแล้วอรรถรสในการรับชมดูที่บ้านกับดูในโรงภาพยนตร์นั้นมันต่างกันอย่างมาก ข้อดีในการดูหนังในรูปแบบออนไลน์นั่นก็คือสามารถดูได้ฟรี ไม่ต้องออกเดินทางไปไกล อยู่ที่บ้านหรืออยู่ที่ไหนก็สามารถดูได้ทันที บอกว่าความรู้สึกในการดูนั้นมันจะไม่เท่ากับในโรงแน่นอนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสียงภาพ หรือไม่ว่าจะเป็นหนังในละครโทรทัศน์คนก็ดูน้อยลงเพราะอาจจะมาจากการที่ไม่มีเวลาดู จึงทำให้ไปดูย้อนหลังในรูปแบบออนไลน์เอา
คนสมัยนี้นิยมดูหนังในรูปแบบออนไลน์เอาจึงทำให้เกิด App หรือ web ต่างๆ ที่เกี่ยวกับหนังซีรี่ย์ภาพยนตร์ต่างๆ หนังในเว็บนั้นส่วนมากจะมีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลารูปแบบการรับชมก็จะเป็นแบบ HD ซึ่งคนจะนิยมมาดูกันเป็นจำนวนมาก แต่ว่าไม่ว่าแบบไหนก็มีรสชาติอรรถรสที่แตกต่างกันแล้วมีความสนุกเหมือนกัน
แนะนำ : การดูหนังให้สนุกมากยิ่งขึ้น
– ดูคนเดียวน่าจะสนุกกว่าแต่ถ้าดูหลายคนก็จะมีอารมณ์ร่วมกันมากขึ้น แต่ถ้าหากต้องการเรื่องที่ต้องมีสมาธิแนะนำให้ดูคนเดียวแต่ถ้าเน้นอาหารก็ดูหลายๆคนจะดีกว่า
– เปิดเสียงให้ดังกระหึ่ม เพื่อความบันเทิงที่จะได้สนุกมากขึ้น แต่แนะนำว่าอย่าดังมากนะเพราะเพื่อนข้างบ้านจะด่าเอา
– อยากดูหนังซูมเพราะมันเป็นอะไรที่แย่ทั้งคุณภาพภาพและเสียง แถมยังทำลายวงจรการผลิตภาพยนตร์ทางตรงอีกด้วย แบบนี้มันเป็นอะไรที่ไม่ดีเอาซะเลย
– หาขนมอร่อยๆมากินกัน แน่นอนว่าเมื่อมีอะไรดูก็ต้องมีอะไรถึงปากตกถึงท้องเหมือนกัน เพื่อที่จะได้สนุกมากขึ้นและปากก็จะได้ไม่เหงาอีกด้วย
– ถ้าดูหลายๆคนแนะนำว่าให้หาคนนึงที่มีรสนิยมในการดูภาพยนตร์ดีๆสักเรื่องนึง รับรองว่าจะได้ดูหนังแบบสนุก
ถึงแม้ว่าหนังในรูปแบบออนไลน์จะมีคนนิยมกันมากขึ้น แต่นั่นก็พอด้วยการที่เวลาในการไปดูภาพยนตร์ในโรงนั้นมีน้อย อีกทั้งการดูในรูปแบบออนไลน์มันสะดวกสบายมากกว่า แต่ก็ใช่ว่าคนจะไม่หันไปดูในโรงภาพยนตร์เลย เพราะในรูปแบบที่ดูในบ้านกับโรงภาพยนตร์นั้นมันมีบรรยากาศที่แตกต่างกันซึ่งดีทั้ง 2 แบบ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าในตอนนั้นใครอยากจะไปดูแบบไหนมากกว่าต่างหาก

4 หนังญี่ปุ่น”เลือดสาด” สนุก สยอง แบบไม่ทันตั้งตัว!!

วันนี้เราจะมาแนว หนังออนไลน์ เลือดสากโหดๆของญี่ปุ่นกัน! หลายๆเรื่องในนี้อาจจะผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นแต่รับรองว่าสนุกน่ากลัวอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากว่าใครที่กลัวเลือดแนะนำว่าอย่าดูดีกว่า เอาล่ะเรามาดูกันเลยว่าหนังในวันนี้มีเรื่องอะไรที่น่าดูบ้างตามมาเลย..
1. As The Gods Will (2014)
เป็นหนังที่ไม่ได้สยองขนาดนั้นแต่เลือกจากกระจายแบบน่ากลัวเอามากๆ เป็นหนังที่รวมแล้วมันทั้งสนุกตื่นเต้นและลุ้นไปกับทุกๆตอนของเรื่อง เนื้อเรื่องเริ่มต้นขึ้นจากหนุ่มมัธยมปลายที่เกิดเบื่อชีวิตจึงร้องขอพระเจ้าเล่นๆว่า “ช่วยทำให้โลกนี้ไม่น่าเบื่อทีเถอะ” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่พระเจ้าส่งเกมมาให้เด็กหนุ่มคนนี้เล่นบทง่ายๆก็คือ แพ้เท่ากับตาย แล้วเกมแต่เกมที่เล่นนั้นโหดและต้องใช้ไหวพริบ สุดท้ายแล้วผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่จะเป็นใครหรือจะไม่เหลือกันนะถ้าอยากรู้ต้องไปดู
2. Puzzle (2014)
เป็นเรื่องที่สร้างจากนิยายแสงด้วยความโรคจิตและความโหดเหี้ยมเอาไว้ในเนื้อเรื่อง เรื่องราวนั้นจะเป็นการแก้แค้นของชายคนหนึ่งกับวิธีการที่น่ากลัว เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อมีนักเรียนหญิงคนหนึ่งพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดอาคารของโรงเรียน เธอก็รอด…แต่ในระหว่างที่เธอรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลก็มีกลุ่มคนสวมหน้ากากทานตะวันเข้าแก้แค้นให้กับเธอ บอกเลยว่าความสยองนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในเนื้อเรื่อง สุดท้ายแล้วแก๊งปริศนาทานตะวันนี้คือใครและทำไปเพื่ออะไรต้องไปติดตาม
3. Lesson of the Evil (2012)
เป็นหนังป่วยจิตที่นำเสนอความโหดได้ชวนผวา ทำให้เรารู้ว่าคนเรานั้น “รู้หน้ารู้หน้าไม่รู้ใจ” เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดเมื่อคุณครูหนุ่มสุดหล่อแสนดีได้กลายเป็นคนโรคจิต ที่วันหนึ่งได้ลุกขึ้นมาไล่ฆ่านักเรียน คุณครูสอนภาษาอังกฤษเป็นหนุ่มไฟแรงที่ทั้ง ฉลาด เก่ง รูปหล่อ จนเป็นที่รักของนักเรียน ภายใต้หน้ากากที่อ่อนหวานนั้นก็มีความโหดเหี้ยมเกินมนุษย์เอาไว้ซ่อนเอาไว้ เพราะเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่สนุกกับการฆ่าคนเป็นอย่างมาก และด้วยความฉลาดจึงทำให้ไม่โดนจับได้อย่างแนบเนียน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะเป็นยังไง? จะหักมุมแบบไหน?
4. The Last Supper (2005)
เป็นหนังที่ไม่ควรจะดูตอนกินข้าวเพราะอาจจะทำให้กินข้าวไม่ลงเลยทีเดียว มีเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของการกินมนุษย์สุดสยองของหนุ่มหล่อที่มีจิตไม่ปกติ พี่ชอบกินเนื้อผู้หญิงเป็นชีวิตจิตใจ เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะว่าศัลยแพทย์หนุ่มหล่อ ได้ทำการดูดไขมันของคนไข้ในระหว่างที่เอาไขมันแล้วจะเอาไปทิ้งอยู่นั้น ก็เกิดสนใจขึ้นมาว่ารสชาติของมันเป็นยังไง เขาจึงได้นำไขมันไปปรุงแล้วพบว่ามีรสชาติที่อร่อยแปลกใหม่
แต่คำถามเขาก็ผุดขึ้นมาอีกเมื่อสงสัยว่าแล้วเนื้อมนุษย์น่ะจะอร่อยมากขนาดไหน แล้วไม่นานเขาก็ได้พบกับศพหญิงสาวที่ผูกคอตายจึงได้นำร่างนั้นกลับบ้านและชำเละเป็นอาหารในแบบต่างๆ ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เสพติดการกินมนุษย์…

ดูหนังออนไลน์ หรือ โรงภาพยนตร์ แบบไหนที่สนุกกว่ากัน?

หลายๆอย่างได้เปลี่ยนไปในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตของคนเรา หรือการ หนังออนไลน์ 2020 ที่เป็นการเปิดโลกใหม่ของการดูหนัง เมื่อก่อนนั้นถ้าหากคนนึงจะไปดูหนังก็ต้องไปหาเช่า cd หรือแผ่นมาดูซึ่งเป็นยุคโบราณมากเลยทีเดียวล่ะค่ะ แต่ในสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลยเพราะสามารถหาหนังดูได้เพียงแค่เป็นสมาชิกหรือบาง app ก็เปิดให้ดูฟรีอีกด้วย มันจึงกลายเป็นสิ่งที่เพิ่มความอิสระในการดูหนังมากขึ้น คนที่ชื่นชอบการดูหนังก็สะดวกสบายมากขึ้น แต่ถ้าให้พูดจริงๆเมื่อโลกอินเตอร์เน็ตเข้ามาหลายๆอย่างก็ถูกส่งผลกระทบในหลายๆด้าน ไม่เว้นแต่อุตสาหกรรมภาพยนตร์อีกด้วย
หนังในโรงภาพยนตร์
การเข้าฉายหนังใหม่ๆในโรงภาพยนตร์นั้นถือเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดรายได้มหาศาลต่อบริษัทผู้สร้างหนัง สิ่งที่ภาพยนตร์ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนกันนั่นก็เพราะว่ามีจอที่ใหญ่ยักษ์มีคุณภาพดี อีกทั้งยังมีระบบเสียงรอบทิศทาง บางโรงก็จะมีภาพ 3 มิติที่คุ้มค่าต่อการเสียเงินไปดูในโรงมาก ซึ่งการมาดูหนังในหนังในโรงภาพยนตร์นั้นมันเป็นฟิวส์ในการดูที่สนุกและคุ้มค่าในการมาดูมากๆ มันเหมือนกับว่าเราได้หลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง มันก็เลยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจใช้เวลาร่วมกับเพื่อนฝูงหรือคนรักได้เป็นอย่างดี เพราะแบบนี้ทำให้การดูหนังในโรงนั้นยังคงไม่เสื่อมความนิยมลงไปง่ายๆ เพราะทุกคนยังตื่นเต้นที่จะเข้าไปดูในโรงทุกครั้ง
ดูหนังออนไลน์
ข้อดีที่ใครก็เห็นเลยก็คือการดูหนังที่บ้านนั้นก็จะประหยัดค่าตั๋วหนังไปเยอะ แถมยังประหยัดค่าเดินทางไปอีกด้วย อีกทั้งที่สำคัญเลยก็คือมีความเป็นส่วนตัวสูง เคยเป็นกันหรือเปล่าคะเวลาไปดูในโรงก็จะมีเด็กเตะเก้าอี้เราบ้างมีเสียงดังบ้างถ้าหากเจอคนไม่ดีในรอบนั้น ต้องบอกเลยว่าเป็นความรู้สึกที่แย่มากๆแถมสมาธิในการดูหนังก็ลดลงความสนุกก็ถดถอยเช่นกัน การดูหนังที่บ้านนั้นจะทำยังไงก็ได้ไม่มีใครมากวน จะเข้าห้องน้ำเมื่อไหร่ก็ได้จะเสียงดังแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัว มี App มากมายที่คอยให้เป็นสมาชิกและดูได้อย่างจุใจ แต่ข้อเสียอย่างเดียวเลยก็คือเวลาหนังเข้าฉายใหม่มักจะไม่ได้รับการอนุญาตไปอยู่ในระบบพวกนี้ หนังที่ฉายเข้ามาใหม่ๆจะต้องเข้าโรงก่อนเป็นอันดับแรกถึงจะสามารถลง App ได้
อะไรๆก็ผ่านไปตามยุคตามสมัย ซึ่งทุกๆอย่างจะต้องตามเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ทัน ไม่อย่างนั้นก็จะตายเพราะเทคโนโลยีนั่นเอง แต่บริการออนไลน์สมัยนี้ก็ถือว่าเป็นข้อดีที่ทำให้คนรักหนังมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น แต่พูดจริงๆเลยว่าจะดูหนังที่บ้านหรืออยู่ที่โรงหนังมันก็มีดีทั้ง 2 แบบ วันหนึ่งอาจจะเข้าโรงไปดูหรืออีกวันนึงอาจจะนอนชิวๆดูหนังอยู่ที่บ้านก็ได้

6 หนังดีที่ต้องบอกต่อ ที่คุณห้ามพลาด!! ในปี 2020

ใครเป็นคนที่ชื่นชอบการดู หนังออนไลน์ 2020 บ้าง แน่นอนว่าคนที่ชอบดูหนังมากๆนั้นก็มักจะดูมาเกือบทุกเรื่องแล้ว เอ๊ะ!หรือว่ายังไม่ได้ดูทุกเรื่องนะ… จริงๆเราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ดูหนังดีๆหลายเรื่อง ก็แหม…หนังมันเยอะซะขนาดนั้นจะไปดูครบทุกเรื่องได้ยังไงล่ะ วันนี้ในตรงนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังดีที่ต้องมาบอกต่อให้เพื่อนๆรู้ บอกหน่อยว่าเป็นหนังที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ต้องดูให้ได้เลยนะ!
หนังดีที่ต้องบอกต่อ!
1. Raw (2017)
เป็นหนังที่จะออกจะแหวกแนวไปซะหน่อย แต่รับรองว่าสนุกเลยต้องติดใจอย่างแน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นคนกินมังสวิรัติมาตลอด แต่จู่ๆเธอก็หันมาติดใจและหลงใหลในรสชาติของเนื้อมนุษย์ แนะนำว่ามีเรื่องนี้อาจจะอึดผะอมถึงขั้นอ้วกเลยก็ว่าได้ จึงอยากบอกเพื่อนๆว่าเมื่อดูเรื่องนี้ก็ไม่ควรจะกินอาหารไปด้วยดูไปด้วย เพราะหนังเรื่องนี้มันเป็นอะไรที่พะอืดพะอมไปทั้งเรื่องเลยละคะ ต้องบอกว่าแนวนี้ไม่ใช่แนวเลือดสาดนะคะอย่าเข้าใจผิด
2. Jojo Rabbit (2019)
ถึงแม้ว่าจะดูจบไปแล้วแต่ก็เป็นหนังที่ทำให้คนดูยังรู้สึกวนอยู่ในหนัง ตั้งแต่ชิ้นแรกยันจบเรื่องหนังทำออกมาได้ดีมากๆเลย การเล่าเรื่อง…ก็เล่ามาได้อย่างละเอียดอ่อนโดยการนำสงครามนาซีมาเล่าผ่านให้มันดูตลก แต่ก็ยังทนความเศร้าความเหงาเอาไว้ในเวลาเดียวกัน เป็นหนังที่ทำให้รู้สึกว่าดูแล้วหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่กลับถูกปลอบเอาไว้ด้วยความอบอุ่นใจ
3. Secret Zoo (2020)
เป็นเรื่องที่ตลกมากๆขำจนปวดท้องเลยทีเดียว ด้วยความยาวของหนังที่เกือบ 2 ชั่วโมงแต่กลับรู้สึกว่าไม่น่าเบื่อหรือมันยาวจนเกินไป เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ที่เบาสมองแต่ก็ยังสอดแทรกสาระในรูปแบบง่ายๆที่สามารถจิกประเด็นสังคมรอบตัวหลายอย่าง สะท้อนคุณค่าชีวิตคนชีวิตสัตว์ เนื้อเรื่องนั้นมีการทำอย่างละนิดละหน่อยแล้วจับมาขมวดปมไว้ด้วยกันแบบลงตัว ในเนื้อเรื่องก็จะเป็นประมาณว่าเมื่อสวนสัตว์กำลังจะเจ๊ง พวกเขาเหล่านั้นก็จะต้องทำให้สวนสัตว์อยู่รอดให้ได้ภายในเวลา 3 เดือน ซึ่งจะทำได้หรือไม่นั้นก็คงต้องไปติดตามดู
4. The Florida Project (2017)
ในการเลือกใช้โทนสีของหนังนั้นเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับเนื้อหา ภาพสวยมากโทนสีต่างๆก็สดใส…ดูๆแล้วก็เหมือนจะเป็นหนังที่จะต้องอบอุ่นหัวใจหรือสนุกอย่างแน่นอน แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้นเพราะตัวหนังสะท้อนให้เห็นปัญหาของสังคมที่ไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเรา ซึ่งครอบครัวเป็นสถาบันแรกที่จะแต่งแต้มสีสันให้กับเด็กที่เป็นผ้าขาวเหล่านั้น
5. Truth or Dare (2018)
เป็นหนังที่มีความพีคในพีคอีกที หนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกถึงมิตรภาพที่แท้จริงแต่ว่าต้องอยู่บนเงื่อนไขของเกม แล้วการเล่นเกมกันในระหว่างเพื่อนจึงจะทำให้เห็นเนื้อแท้ของแต่ละคนผ่านคำถามทั้งหลายและบทลงโทษ เป็นหนังสยองขวัญระทึกเรื่องหนึ่งที่ทำได้ออกมาดีมากๆ อีกทั้งยังมีเรื่องที่น่าสนใจ แต่ละฉากนั้นบอกเลยว่าทำออกมาได้เสียวสันหลังถึงแม้ว่าไม่ได้เลือดสาดอะไรมากมาย